readme บทความ

ออจ้าวเมื่อบุพเพสันนิวาส พูดถึงไข้มาลาเรีย

สาเหตุของไข้มาลาเรีย
ไข้มาลาเรีย เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อโปรโตซัวพลาสโมเดียม ซึ่งเป็น เชื้อโรคที่อาศัยในเลือด และมีมานานกว่า 50,000 ปีแล้ว ไข้มาลาเรียมีความชุกชุมตามบริเวณที่เป็นป่าเขาและมีแหล่งน้ำ ในปัจจุบันถือเป็นโรคประจำถิ่นที่ยังเป็นปัญหาทางด้านสาธารณสุข ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของประชาชนไข้มาลเรีย ยังมีชื่อเรียกอื่นๆ ที่แตกต่างกันไปตามลักษณะอาการ หรือฤดูกาล เกิดโรค เช่น ไข้จับสั่น ไข้ป่า ไข้ดง ไข้ดอกสัก ไข้ร้อนเย็น ไข้ป้าง เป็นต้น ไข้มาลาเรียที่เรียกว่า ไข้จับสั่น เนื่องจากลักษณะการเป็นไข้ คือ ผู้ป่วยมีอาการหนาวสั่น เป็นพักๆ และในบางครั้งชาวบ้านเข้าไปค้างคืนในป่าดง เมื่อกลับออกมาเป็นไข้ จึงเรียกว่า ไข้ป่า ไข้ดง ส่วนการเรียกว่าไข้ร้อนเย็น เนื่องจากมีอาการหนาวๆ ร้อน สำหรับทางภาคเหนือ ผู้ป่วยเป็นไข้ในช่วงฤดูที่ดอกสักบานจึงเรียกว่า ไข้ดอกสัก หรือเรียกตามความผิดปกติของร่างกาย เข่น มีอาการม้ามโต จึงเรียกว่าไข้ป้าง

แผ่นแปะกันยุง ลิตเติ้ล ไรอัน LITTLE RYAN MOS AWAY PATCH
แผ่นแปะกันยุง ลิตเติ้ล ไรอัน LITTLE RYAN MOS AWAY PATCH

การติดต่อของไข้มาลาเรีย
ไข้มาลาเรียติดต่อได้โดยมียุงก้นปล่องตัวเมียเป็น ตัวนำเชื้อมาลาเรียจากผู้ป่วยไปสู่อีกคนหนึ่ง โดยเริ่มจากยุงก้นปล่องกัดผู้ป่วยที่เป็นไข้มาลาเรีย แล้วดูดเลือดที่มีเชื้อมาลาเรียเข้าไป หลังจากนั้นเชื้อมาลาเรียจะใช้เวลาเจริญเติบโตอยู่ในตัวยุงประมาณ 10-12 วัน จนอยู่ในระยะที่ทำให้เกิดโรคได้เมื่อยุงที่มีเชื้อมาลาเรียนั้นไปกัดคน ก็จะปล่อยเชื้อมาลาเรียจากต่อมน้ำลายเข้าสู่คน จึงทำให้คนที่ถูกยุงกัดเป็นไข้มาลาเรีย โดยทั่วไปอาการเริ่มแรกของไข้มาลาเรียเกิดขึ้นหลังจาก ถูกยุงก้นปล่องกัดประมาณ 10-14 วัน

 

ชนิดเชื้อมาลาเรีย
เชื้อมาลาเรียเป็นเชื้อโปรโตซัวพลาสโมเดียม ซึ่งเป็นสัตว์เซลล์เดียว เชื้อมาลาเรียมีทั้งหมด 5 ชนิด ในประเทศไทยมี 2 ชนิดที่สำคัญ คือ

1. พลาสโมเดียมฟัลซิปารัม หรือ พีเอฟ (P.f.) เป็นเชื้อชนิดรุนแรง ทำให้ป่วยหนัก อาจมีอาการมาลาเรียขึ้นสมอง ถ้ารักษาไม่ทันอาจถึงตายได้

2. พลาสโมเดียมไวแวกซ์ หรือ พีวี (P.v.) เป็นเชื้อชนิดไม่รุนแรง แต่ถ้าไม่ได้รับการรักษาให้หายขาด เชื้อชนิดนี้สามารถอยู่ในร่างกายคนได้นานหลายปี ทำให้มีอาการของไข้มาลาเรียเป็นๆ หายๆ

วงจรชีวิตเชื้อมาลาเรีย
เชื้อมาลาเรียนั้นมีการเจริญเติบโตอยู่ 2 ระยะ คือ ในยุงก้นปล่อง และในคน

• ระยะในยุง
เริ่มจากที่ยุงก้นปล่องตัวเมียกัดและดูดเลือดผู้ป่วยที่เป็นไข้มาลาเรีย หลังจากนั้นเชื้อมาลาเรียจะเข้าไปในกระเพาะอาหารของยุงและผสมพันธุ์กันได้ ตัวอ่อน ตัวอ่อนของเชื้อมาลาเรียจะแบ่งตัวเป็นรูปร่างคล้ายเข็มปลายแหลม เข้าสู่ต่อมน้ำลายของยุง รอการถ่ายทอดจากยุงไปสู่คน

• ระยะในคน (ในตับและเม็ดเลือดแดง)
ระยะในตับ เมื่อยุงที่มีเชื้อมาลาเรียกัดคนก็จะปล่อยเชื้อสู่กระแสเลือด และเข้าสู่เซลล์ตับ มีการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ (สำหรับเชื้อมาลเรียไวแวกซ์ (P. vivax) บางส่วนเมื่อมีการหยุดพักการเจริญชั่วขณะในตับ และกลับมาเจริญเติบโตใหม่จึงเป็นสาเหตุของการเกิดอาการไข้กลับ เป็นแล้วเป็นอีกในผู้ป่วย)

ระยะในเม็ดเลือดแดง เริ่มจากเชื้อมาลาเรียแตกออกจากเซลล์ตับ เข้าสู่เม็ดเลือดแดง และมีการเจริญแบ่งตัวเพิ่มจำนวนมากขึ้น และสามารถตรวจหาเชื้อมาลาเรียในเลือดของผู้ป่วยได้ในระยะนี้

ยุงนำเชื้อมาลาเรีย แหล่งที่อยู่อาศัย และแหล่งเพาะพันธุ์

ยุงก้นปล่องตัวเมีย เป็นตัวนำเชื้อมาลาเรียจากผู้ป่วยไปแพร่กระจายสู่ผู้อื่น
ยุงก้นปล่องมีหลายสายพันธุ์ มีที่อยู่อาศัยและแหล่งเพาะพันธุ์ที่แตกต่างกัน โดยทั่วไปจะอาศัยในท้องที่ป่าเขา สวนยางพารา และสวนผลไม้ที่ติดต่อกับท้องที่ป่าเขาเหล่านั้น แถบเชิงเขา ชายป่าที่มีการบุกเบิกทำการเกษตร ท้องที่ขุดพลอยในภาคตะวันออก ส่วนแหล่งเพาะพันธ์ุที่ยุงตัวเมีย ใช้วางไข่ ได้แก่ แหล่งน้ำขังในท้องที่ป่าเขา ลำห้วย ลำธารในท้องที่ป่าเขาหรือเชิงเขา แอ่งน้ำขัง น้ำไหลและน้ำซึมน้ำซับ แหล่งน้ำขังที่มีร่มเงาในป่าเขา

การออกหากินของยุงนำเชื้อมาลาเรียนั้น เริ่มตั้งแต่พระอาทิตย์ตกดิน จนกระทั่ง รุ่งเช้า ประชาชนจึงต้องป้องกันยุงกัดโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเวลาหากินของยุงนำาเชื้อ มาลาเรีย

อาการของไข้มาลาเรีย
อาการของไข้มาลาเรีย โดยทั่วไปมีอาการนำ คล้ายกับเป็นไข้หวัด คือ มีไข้ ปวดศีรษะ แต่ไม่มีน้ำมูก ปวดเมื่อยตามตัวและกล้ามเนื้อ อาจมีอาการคลื่นไส้และเบื่ออาหาร อาการเหล่านี้อาจเป็นอยู่ในระยะสั้นเป็นวันหรือหลายวันก็ได้ ขึ้นอยู่กับระยะฟักตัวของเชื้อมาลาเรียแต่ละชนิด

อาการที่เด่นชัดของไข้มาลาเรียประกอบด้วย 3 ระยะ คือ
1. ระยะหนาว ผู้ป่วยจะมีอาการหนาวสั่น ปากและตัวสั่น ซีด ผิวหนังแห้งหยาบ ใช้เวลาประมาณ 15-60 นาที ซึ่งเป็นระยะการแตกของเม็ดเลือดแดงที่มีเชื้อมาลเรีย
2. ระยะร้อน ผู้ป่วยจะมีไข้สูง อาจมีอาการคลื่นไส้ และอาเจียนร่วมด้วย ตัวร้อนจัด
หน้าแดง กระหายน้ำ
3. ระยะเหงื่อออก ผู้ป่วยจะมีเหงื่อออกจนเปียกชุ่มร่างกาย หลังจากระยะเหงื่อออก ร่างกายจะอ่อนเพลียและหายไข้ กลับเหมือนคนปกติ

สอบถามแผ่นกันยุง ได้ที่
ไลน์ ไอดี (Line id) : ppom465   (กรุณาดู line id ให้ดีนะครับตัวเลขอาจสลับได้  ผมตอบกลับทุกท่าน)
กรณี Add Line iD ไม่เป็น เปิดโปรแกรม Line ก่อนในมือถือ คลิกที่นี่
http://line.me/ti/p/3u7pD2BEBC

ขอบคุณที่ มา http://www.thaivbd.org/n/contents/view/324411