มิจฉาชีพไม่เคยหยุดนิ่ง! ล่าสุดแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้พัฒนารูปแบบการหลอกลวง โดยใช้เบอร์โทรศัพท์จากต่างประเทศโทรเข้ามาหาเหยื่อ สร้างความสับสนและยากต่อการตรวจสอบ สร้างความเสียหายให้กับประชาชนจำนวนมาก
บทความนี้เราจะมาอัปเดตวิธีป้องกันแก๊งคอลเซ็นเตอร์ต่างประเทศ พร้อมวิธีรับมือเบื้องต้นหากพลาดท่ีจะรับสาย
ภัยร้ายจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ต่างประเทศ
ปัจจุบันแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในประเทศไทยเท่านั้น พวกเขามีฐานที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ ใช้วิธีการโทรศัพท์จากต่างประเทศเข้ามาหลอกลวงเหยื่อ เบอร์โทรศัพท์เหล่านี้มักมีเครื่องหมายบวก (+) นำหน้า ซึ่งสร้างความสับสนและยากต่อการระวัง
กลยุทธ์ที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ต่างประเทศมักใช้มีดังนี้
- แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ: หลอกลวงว่ามีหมายจับ บัญชีธนาคารถูกอายัด หรือมีพัสดุตกค้าง
- หลอกลวงให้ลงทุน: ชวนเล่นหุ้น สกุลเงินดิจิทัล หรือแชร์ลูกโซ่ โดยสัญญาผลตอบแทนที่สูงเกินจริง
- หลอกให้เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว: เช่น รหัสบัตรประชาชน รหัส OTP หรือข้อมูลบัญชีธนาคาร
วิธีป้องกันแก๊งคอลเซ็นเตอร์ต่างประเทศ
1. ตั้งค่าบล็อกเบอร์โทรจากต่างประเทศ:
- กด 1381# เพื่อตั้งค่าไม่รับสายจากต่างประเทศ
- กด 1382# เพื่อยกเลิกการไม่รับสายจากต่างประเทศ
2. ตรวจสอบข้อมูลก่อนเชื่อ:
- อย่าหลงเชื่อเบอร์โทรศัพท์จากต่างประเทศที่โทรมาหาโดยไม่ทราบที่มา
- ตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนโอนเงินหรือให้ข้อมูลส่วนตัว
- โทรกลับไปยังเบอร์โทรศัพท์ที่คุ้นเคย แทนการโทรกลับเบอร์ที่โทรมาหา
3. ติดตั้งแอปพลิเคชันป้องกัน:
- ติดตั้งแอปพลิเคชันที่ช่วยระบุและบล็อกเบอร์โทรศัพท์ที่น่าสงสัย
รับมือเบื้องต้นหากพลาดรับสายแก๊งคอลเซ็นเตอร์
1. ตั้งสติ ไม่ตื่นตระหนก:
- แก๊งคอลเซ็นเตอร์มักใช้กลยุทธ์สร้างความกดดันให้เหยื่อตื่นตระหนก สูญเสียการตัดสินใจ
2. วางสายทันที:
- หากไม่มั่นใจ ให้วางสายทันที และติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอทราบข้อมูล
3. ไม่โอนเงิน ไม่ให้ข้อมูลส่วนตัว:
- อย่าหลงเชื่อคำขู่ คำล่อลวง หรือคำขอใดๆ เด็ดขาด
4. แจ้งความ:
- หากถูกหลอกลวงให้แจ้งความกับตำรวจท้องที่

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ทำไมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ถึงใช้เบอร์โทรศัพท์จากต่างประเทศ?
A: เพื่อหลีกเลี่ยงการติดตามจับกุม และสร้างความสับสนให้กับเหยื่อ
Q: จะทราบได้อย่างไรว่าเบอร์โทรศัพท์นั้นมาจากต่างประเทศ?
A: เบอร์โทรศัพท์จากต่างประเทศมักมีเครื่องหมายบวก (+) นำหน้า
Q: หากได้รับสายจากเบอร์โทรศัพท์จากต่างประเทศที่ไม่คุ้นเคย ควรทำอย่างไร?
A:
- ไม่ต้องรับสาย: ปล่อยให้สายตัดไปโดยอัตโนมัติ
- ตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์: ค้นหาข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ที่ตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์
- แจ้งเบาะแส: หากพบว่าเบอร์โทรศัพท์นั้นเป็นเบอร์ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สามารถแจ้งเบาะแสให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจ กสทช. หรือ ศูนย์รับแจ้งความทางอิเล็กทรอนิกส์ (บก.ปอศ.)
Q: หากถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวง ควรทำอย่างไร?
A:
- ตั้งสติ ไม่ตื่นตระหนก: แก๊งคอลเซ็นเตอร์มักใช้กลยุทธ์สร้างความกดดันให้เหยื่อตื่นตระหนก สูญเสียการตัดสินใจ
- รวบรวมหลักฐาน: เช่น บันทึกการโทร ข้อความสนทนา หรือหลักฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
- แจ้งความ: แจ้งความกับตำรวจท้องที่ โดยนำหลักฐานที่รวบรวมไว้ไปแสดง
- แจ้งธนาคาร: หากถูกหลอกให้โอนเงิน แจ้งธนาคารเพื่อขออายัดบัญชีและทำการตรวจสอบ
Q: มีหน่วยงานใดบ้างที่สามารถแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์?
A:
- ตำรวจ: แจ้งความที่สถานีตำรวจท้องที่
- กสทช.: แจ้งผ่านเว็บไซต์ [URL ที่ไม่ถูกต้องถูกนำออกแล้ว]
- ศูนย์รับแจ้งความทางอิเล็กทรอนิกส์ (บก.ปอศ.): แจ้งผ่านเว็บไซต์ [URL ที่ไม่ถูกต้องถูกนำออกแล้ว] หรือโทร 191
Q: มีวิธีการใดบ้างที่จะป้องกันแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ?
A:
- ติดตั้งแอปพลิเคชันป้องกัน: ติดตั้งแอปพลิเคชันที่ช่วยระบุและบล็อกเบอร์โทรศัพท์ที่น่าสงสัย
- ตั้งค่าการแจ้งเตือน: ตั้งค่าการแจ้งเตือนในโทรศัพท์มือถือเมื่อมีสายเรียกเข้าจากเบอร์โทรศัพท์ที่ไม่คุ้นเคย
- ระวังการคลิกลิงก์: อย่าคลิกลิงก์ที่มาจากเบอร์โทรศัพท์ที่ไม่คุ้นเคย เพราะอาจเป็นมัลแวร์หรือเว็บไซต์ปลอม
- ไม่ให้ข้อมูลส่วนตัว: อย่าให้ข้อมูลส่วนตัว เช่น รหัสบัตรประชาชน รหัส OTP หรือข้อมูลบัญชีธนาคาร กับบุคคลที่ไม่รู้จัก
- หมั่นศึกษาข้อมูล: หมั่นศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับกลยุทธ์ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพื่อเตรียมรับมือ
การป้องกันตัวที่ดีที่สุดคือความรู้ หมั่นศึกษาข้อมูล
ระวังมิจฉาชีพ และแจ้งเบาะแสให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ที่มาของข้อมูล
ตร.แนะวิธี “บล็อกเบอร์” แก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรจากต่างประเทศ | Thai PBS News ข่าวไทยพีบีเอส


