แก๊งคอลเซ็นเตอร์ 2025: 6 กลลวง! ป้องกันผู้สูงอายุ

แก๊งคอลเซ็นเตอร์ 2025: 6 กลลวง! ป้องกันผู้สูงอายุ

ในโลกยุคดิจิทัลที่อะไรๆ ก็ดูเหมือนจะง่ายไปหมด มิจฉาชีพก็ฉลาดขึ้นทุกวัน พวกเขาสรรหากลโกงใหม่ๆ มาหลอกล่อเราอยู่เสมอ โดยเฉพาะผู้สูงอายุในบ้านเราที่อาจจะไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีมากนัก วันนี้เราจะมาเปิดโปงกลลวงยอดฮิตของ “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ที่กำลังระบาดหนักในปี 2025 พร้อมวิธีรับมือที่เราทุกคนควรจำให้ขึ้นใจ เพื่อปกป้องเงินในกระเป๋าและข้อมูลส่วนตัวของเราให้ปลอดภัยที่สุด


ภัยร้ายใกล้ตัว: รู้จัก “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ตัวจริง

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินคำว่า “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” มาบ้างแล้ว แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วพวกเขาคือใคร และทำไมเราถึงต้องระวังตัวให้มาก?

จุดเริ่มต้นของความเข้าใจผิด: แก๊งคอลเซ็นเตอร์คืออะไร?

ลองนึกภาพว่ามีใครบางคนโทรหาคุณ อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่คุณคุ้นเคย เช่น ธนาคาร, กรมสรรพากร, หรือแม้แต่ตำรวจ พวกเขาพูดจาน่าเชื่อถือ มีข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับเรา ทำให้เราเผลอคิดว่า “เออ…จริงมั้ง” นี่แหละครับคือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ตัวจริง! พวกเขาคือกลุ่มมิจฉาชีพที่ปลอมตัวเป็นคนจากองค์กรน่าเชื่อถือ เพื่อใช้กลอุบายต่างๆ ทำให้เราหลงเชื่อ และสุดท้ายก็หลอกเอาเงินหรือข้อมูลสำคัญไป

ทำไมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ถึงน่ากลัวสำหรับทุกคน?

ที่น่ากลัวคือเมื่อเราพลาดพลั้งตกเป็นเหยื่อแล้ว การได้เงินคืนกลับมาแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยครับ เพราะพวกนี้ทำงานกันเป็นขบวนการ มีช่องทางในการหลบหนีและฟอกเงินที่ซับซ้อน ทำให้การติดตามจับกุมและนำเงินกลับมาเป็นเรื่องยากมากๆ ดังนั้นการป้องกันตัวเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อตั้งแต่แรกจึงสำคัญที่สุด


อัปเดต 6 กลลวงยอดฮิตจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในปี 2025 ที่คุณและคนที่คุณรักต้องรู้

กลโกงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์นั้นมีหลากหลายรูปแบบ แต่ในปี 2025 นี้ มี 6 กลลวงเด่นๆ ที่เราต้องระวังเป็นพิเศษ มาดูกันเลยครับว่ามีอะไรบ้าง

1. กลลวงอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือหน่วยงานสำคัญ: สร้างความน่าเชื่อถือหลอกเอาเงิน

กลลวงนี้เป็นไม้ตายที่ใช้ได้ผลตลอดเวลา เพราะคนส่วนใหญ่จะเชื่อถือและเกรงใจเจ้าหน้าที่รัฐเสมอ

ตกใจก่อนแล้วค่อยรู้ตัว: อ้างเป็นตำรวจ/DSI/ปปง.

แก๊งคอลเซ็นเตอร์กลุ่มนี้จะโทรมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง ข่มขู่ว่าคุณมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน คดียาเสพติด หรือสิ่งผิดกฎหมายร้ายแรงอื่นๆ พวกเขาจะสร้างสถานการณ์ให้คุณตกใจ กลัวว่าจะถูกจับ และหลอกให้คุณโอนเงิน “เพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์” หรือ “เพื่อเคลียร์คดี” ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีคดีจริงและเงินที่โอนไปก็จะหายเข้ากลีบเมฆ

ปัญหาบัญชีที่ไม่มีอยู่จริง: อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร/บริษัทบัตรเครดิต

อยู่ดีๆ ก็มีสายเข้า อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร บอกว่าบัญชีของคุณมีปัญหา มีการทำธุรกรรมแปลกๆ หรือบัตรเครดิตถูกนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต พวกเขาจะหลอกให้คุณบอกข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญ เช่น เลขที่บัญชี, รหัส ATM, หรือที่อันตรายที่สุดคือ รหัส OTP ที่ส่งมาทาง SMS ถ้าคุณบอกไป นั่นคือจบเห่! เงินในบัญชีอาจจะหายเกลี้ยงในพริบตา

ของดีมีให้ฟรีแต่ต้องมีค่าธรรมเนียม: อ้างเป็นสรรพากร/กรมที่ดิน

กลโกงนี้จะมาในแนวหลอกว่าคุณได้รับเงินคืนภาษี หรือมีเอกสารสำคัญที่ต้องไปดำเนินการ พวกเขาอาจจะหลอกให้คุณกดลิงก์ปลอมเพื่อกรอกข้อมูล หรือหลอกให้โอนเงินเป็น “ค่าธรรมเนียม” เล็กๆ น้อยๆ เพื่อจะได้เงินก้อนใหญ่ที่ไม่มีอยู่จริง สรุปคือ เสียเงินค่าธรรมเนียมฟรีๆ นั่นเอง

2. กลลวงผ่านข้อความหรือลิงก์ปลอม (Phishing/Smishing): ดักจับข้อมูลส่วนตัว

นอกจากโทรศัพท์แล้ว ข้อความ SMS หรือลิงก์ปลอมก็เป็นอีกช่องทางที่มิจฉาชีพใช้บ่อยมาก

SMS ปลอม: ประตูสู่การหลอกลวงของมิจฉาชีพ

เคยได้รับ SMS แปลกๆ ไหมครับ? เช่น “พัสดุของคุณตกค้าง กดลิงก์เพื่อตรวจสอบ” หรือ “คุณได้รับเงินคืนภาษี กดลิงก์เพื่อรับเงิน” SMS เหล่านี้มักจะแอบอ้างมาจากธนาคาร, ไปรษณีย์, การไฟฟ้า หรือหน่วยงานต่างๆ ลิงก์ที่ให้มานั้นคือกับดัก เมื่อคุณกดเข้าไป คุณจะถูกพาไปที่เว็บไซต์ปลอมที่หน้าตาคล้ายของจริงเป๊ะๆ เพื่อหลอกให้กรอกข้อมูลส่วนตัว หรือบางทีก็มีแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรตามมา “ยืนยันข้อมูล” อีกที

อัปเดตแอปพลิเคชันปลอม: จบเห่ที่ดูดเงิน

กลลวงนี้จะหลอกให้คุณดาวน์โหลดแอปพลิเคชันปลอม อ้างว่าเป็นแอปของธนาคารหรือหน่วยงานสำคัญต่างๆ ซึ่งเมื่อคุณติดตั้งลงไปแล้ว แอปเหล่านั้นก็จะมีมัลแวร์ที่สามารถดูดเงินออกจากบัญชีของคุณได้ทันที นี่คืออันตรายถึงชีวิตทางการเงินเลยทีเดียว!

3. กลลวงรักออนไลน์ หรือ Romance Scam: เมื่อความรักมาพร้อมกับภัยร้าย

กลลวงนี้อาจจะไม่ใช่แก๊งคอลเซ็นเตอร์โดยตรง แต่ก็เป็นมิจฉาชีพที่ใช้ช่องทางออนไลน์หลอกลวงเหยื่อ ด้วยการสร้างโปรไฟล์ปลอมในโซเชียลมีเดียหรือแอปหาคู่ สร้างความสัมพันธ์อันหวานชื่นกับเหยื่อจนหลงรัก เมื่อเหยื่อตายใจ ก็จะเริ่มหลอกให้โอนเงินด้วยสารพัดเหตุผล เช่น ป่วยหนัก, ต้องการเงินค่าเดินทางมาหา, หรืออ้างว่ามีโปรเจกต์ลงทุนที่ทำกำไรมหาศาล สรุปคือ ความรักกลายเป็นเครื่องมือในการหลอกลวงนั่นแหละครับ

4. หลอกลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงเกินจริง: หวังรวยทางลัดสุดท้ายโดนหลอก

กลลวงนี้จะมาในรูปแบบชักชวนให้คุณลงทุนในธุรกิจที่ดูดีเกินจริง อ้างว่าจะให้ผลตอบแทนสูงลิบลิ่วในเวลาอันสั้น เช่น ลงทุนหลักพันได้หลักหมื่นในไม่กี่วัน ซึ่งฟังดูดีเกินไปจนน่าสงสัย! เมื่อคุณโอนเงินไปแล้ว พวกเขาก็จะหายเข้ากลีบเมฆ หรืออาจจะมีแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรมายืนยันการลงทุนปลอมๆ นี้เพื่อให้คุณตายใจเพิ่มขึ้นอีก

5. กลลวง “คุณคือผู้โชคดี”: เมื่อโชคดีกลายเป็นโชคร้าย

เคยได้รับโทรศัพท์แจ้งว่าคุณเป็นผู้โชคดีได้รับรางวัลใหญ่ไหมครับ? ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์, ทองคำ, เงินสดก้อนโต หรือแม้กระทั่งเครื่องใช้ไฟฟ้าฟรีๆ เช่น หม้อทอดไร้น้ำมัน หรือเครื่องดูดฝุ่น โดยที่คุณอาจจะไม่ได้ไปร่วมกิจกรรมใดๆ เลย แก๊งคอลเซ็นเตอร์จะหลอกให้คุณโอนเงินเป็นค่าธรรมเนียม, ค่าภาษี หรือค่าดำเนินการต่างๆ เพื่อขอรับรางวัล ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีรางวัลจริง และเงินที่โอนไปก็เป็นอันจบกัน

6. หลอกให้กดเบอร์แปลก หรือรับสายที่ไม่รู้จัก: ค่าโทรแพงหูฉี่แบบไม่รู้ตัว

แม้จะไม่ใช่แก๊งคอลเซ็นเตอร์โดยตรง แต่เป็นกลโกงทางโทรศัพท์ที่ต้องระวัง มิจฉาชีพอาจใช้วิธีโทรเข้าเพียงครั้งเดียวแล้วตัดสาย หรือที่เรียกว่า One-ring scam หากคุณหลงกลโทรกลับไปที่เบอร์นั้น คุณจะถูกคิดค่าบริการโทรศัพท์ในอัตราที่แพงลิบลิ่วโดยไม่รู้ตัว


เคล็ดลับป้องกันภัยจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์: ปกป้องคนที่คุณรักให้ปลอดภัย!

การป้องกันที่ดีที่สุดคือการมีสติและไม่หลงเชื่ออะไรง่ายๆ โดยเฉพาะสิ่งที่ดูดีเกินจริง หรือสร้างความตื่นตระหนก:

สร้างเกราะป้องกันให้แข็งแกร่ง: ข้อควรรู้เพื่อความปลอดภัย

ข้อมูลส่วนตัวคือสมบัติ: ห้ามให้ใครเด็ดขาด!

จำไว้เลยว่าไม่ว่าจะเป็นเลขที่บัญชี, เลขบัตรประชาชน, รหัส ATM, หรือรหัส OTP ห้ามให้ข้อมูลเหล่านี้แก่บุคคลที่ไม่รู้จักหรือไม่น่าเชื่อถือเด็ดขาด! โดยเฉพาะทางโทรศัพท์หรือ SMS แม้พวกเขาจะอ้างว่าเป็นใครก็ตาม เพราะข้อมูลเหล่านี้คือกุญแจสำคัญที่มิจฉาชีพจะใช้เปิดประตูเข้าถึงเงินในบัญชีของคุณ

สงสัยไว้ก่อน: ตรวจสอบให้ชัวร์ก่อนเชื่อ

หากมีคนโทรมาอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ธนาคาร หรือหน่วยงานใดๆ หรือเป็นคอลเซ็นเตอร์ ให้คุณตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนเลยครับ! อย่าเพิ่งเชื่อสนิทใจ ให้ตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์หรือติดต่อกลับไปยังหน่วยงานนั้นๆ โดยตรงจากเบอร์ทางการที่ประกาศไว้ (สำคัญมากคือ ห้ามโทรกลับเบอร์ที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้มาเด็ดขาด!)

อย่าคลิกมั่ว: ระวังลิงก์ปลอมให้ดี

ได้รับ SMS หรืออีเมลที่มีลิงก์แปลกๆ ไหมครับ? อย่าคลิกเด็ดขาด! โดยเฉพาะลิงก์ที่มาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือหรือไม่รู้จักแหล่งที่มา หากต้องการเข้าเว็บไซต์ของธนาคารหรือหน่วยงานต่างๆ ให้พิมพ์ URL ด้วยตนเองทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

โหลดแอปฯ ให้ถูกที่: แหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้น

ถ้าใครบอกให้คุณดาวน์โหลดแอปพลิเคชันอะไรก็ตาม ให้คุณดาวน์โหลดจาก App Store (สำหรับ iOS) หรือ Google Play Store (สำหรับ Android) เท่านั้น! และก่อนติดตั้ง ให้ตรวจสอบรีวิวหรือชื่อผู้พัฒนาแอปให้ดีว่าน่าเชื่อถือหรือไม่ เพื่อป้องกันการโดนดูดเงินจากแอปพลิเคชันปลอม

ปรึกษาคนที่ไว้ใจ: ไม่ต้องกลัวที่จะถาม

หากได้รับโทรศัพท์หรือข้อความที่น่าสงสัย ไม่แน่ใจว่าเป็นคอลเซ็นเตอร์จริงหรือไม่ อย่าเพิ่งตัดสินใจโอนเงินหรือให้ข้อมูลเพียงลำพังนะครับ! ให้รีบปรึกษาลูกหลาน หรือคนในครอบครัวทันที เพราะบางทีการมีอีกคนช่วยคิด อาจจะช่วยให้คุณมองเห็นกลโกงได้ชัดเจนขึ้น

อัปเดตข้อมูลอยู่เสมอ: รู้เท่าทันกลโกงใหม่ๆ

มิจฉาชีพไม่เคยหยุดพัฒนา! พวกเขาคิดค้นกลโกงใหม่ๆ อยู่เสมอ การหมั่นอัปเดตข่าวสารเกี่ยวกับกลโกงของมิจฉาชีพและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จะช่วยให้คุณรู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมใหม่ๆ และป้องกันตัวเองได้ดียิ่งขึ้น

ถ้าโดนแล้วทำยังไง: แจ้งความทันทีอย่ารอช้า

หากคุณหรือคนที่คุณรู้จักตกเป็นเหยื่อ หรือพบเบาะแสของมิจฉาชีพ หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ให้รีบแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเร็วที่สุด เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย และช่วยลดโอกาสที่คนอื่นๆ จะตกเป็นเหยื่อต่อไป


เบอร์โทรสำคัญที่คุณควรมีติดตัว

  • ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ: 1441 หรือ www.thaipoliceonline.com
  • ธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT): 1213 (BOT Call Center)

สรุป: สร้างความปลอดภัยให้คนในครอบครัวเป็นเรื่องง่ายๆ ถ้าเรารู้ทัน

การป้องกันภัยจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไม่ใช่เรื่องยากเกินไป ถ้าเราทุกคนให้ความสำคัญและใส่ใจ โดยเฉพาะผู้สูงอายุในบ้าน การสื่อสารและให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ท่านอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยสร้างเกราะป้องกันภัยทางการเงินที่ดีที่สุดให้กับทุกคนในครอบครัว จำไว้ว่า “สติ” และ “การตรวจสอบ” คืออาวุธสำคัญที่จะช่วยให้เราไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพครับ

หัวข้อเกี่ยวกับเบอร์มงคล แนะนำ

    •  

FAQs (คำถามที่พบบ่อย)

  1. ถ้าเผลอให้ข้อมูลส่วนตัวกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ไปแล้วต้องทำอย่างไรบ้าง? รีบติดต่อธนาคารที่คุณใช้บริการทันทีเพื่ออายัดบัญชี และรีบแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ 1441 หรือสถานีตำรวจใกล้บ้านโดยเร็วที่สุด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการช่วยเหลือและสืบสวนต่อไปครับ
  2. จะรู้ได้อย่างไรว่าเบอร์ที่โทรมาเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือเป็นเบอร์ของหน่วยงานจริง? หน่วยงานราชการหรือสถาบันการเงินที่ถูกต้องจะไม่มีนโยบายสอบถามข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญ เช่น รหัสผ่าน รหัส OTP หรือเลขที่บัญชีทั้งหมดทางโทรศัพท์ครับ หากมีข้อสงสัย ให้วางสายแล้วโทรกลับไปยังเบอร์ทางการของหน่วยงานนั้นๆ ที่คุณทราบ หรือค้นหาจากเว็บไซต์ทางการของหน่วยงานนั้นๆ โดยตรง อย่าโทรกลับเบอร์ที่มิจฉาชีพให้มาเด็ดขาด
  3. ถ้าได้รับ SMS แปลกๆ ที่มีลิงก์ ควรทำอย่างไร? ห้ามกดลิงก์นั้นเด็ดขาด! ให้ลบ SMS นั้นทิ้งไปได้เลยครับ หากสงสัยว่าอาจเป็นเรื่องจริง ให้ติดต่อหน่วยงานที่ถูกอ้างถึงโดยตรงด้วยวิธีที่คุณเคยติดต่อหรือเบอร์ทางการที่ประกาศไว้ เพื่อตรวจสอบข้อมูล
  4. นอกจากโทรศัพท์แล้ว แก๊งคอลเซ็นเตอร์มีช่องทางไหนอีกบ้างในการหลอกลวง? นอกจากโทรศัพท์และ SMS แล้ว แก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังใช้ช่องทางอื่นๆ อีกมากมาย เช่น อีเมลปลอม (Phishing Email), โซเชียลมีเดีย (เช่น Facebook, Line), แอปพลิเคชันหาคู่ (Romance Scam) หรือแม้กระทั่งการปลอมเป็นเพื่อนหรือคนรู้จักเพื่อหลอกยืมเงินครับ
  5. ผู้สูงอายุควรระวังเรื่องอะไรเป็นพิเศษในการใช้โทรศัพท์มือถือ? ผู้สูงอายุควรระมัดระวังเป็นพิเศษเรื่องการรับสายจากเบอร์ที่ไม่รู้จัก และไม่ควรคลิกลิงก์แปลกๆ ที่ส่งมาทาง SMS หรือ Line โดยเด็ดขาดครับ ที่สำคัญคือไม่ควรเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว หรือรหัส OTP ให้ใครก็ตามทางโทรศัพท์ และหากมีข้อสงสัยหรือไม่แน่ใจ ให้ปรึกษาลูกหลานหรือคนในครอบครัวทันทีครับ

ขอบคุณที่มา

https://www.sanook.com/campus/1430503