รู้ก่อนปลอดภัย! 7 ภาพต้องลบจากมือถือ ป้องกันมิจฉาชีพ

รู้ก่อนปลอดภัย! 7 ภาพต้องลบจากมือถือ ป้องกันมิจฉาชีพ

สวัสดีครับเพื่อน ๆ ทุกคน! ในยุคดิจิทัลที่ชีวิตประจำวันของเราผูกพันกับสมาร์ทโฟนแทบจะตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อสื่อสาร ทำธุรกรรม หรือแม้แต่เก็บความทรงจำต่าง ๆ แต่รู้ไหมครับว่าความสะดวกสบายนี้ก็แฝงไปด้วยภัยอันตรายที่เราอาจมองข้าม นั่นคือ “รูปภาพ” ที่เราเก็บไว้ในมือถือนี่แหละครับ


ภัยเงียบที่ซ่อนอยู่ในแกลเลอรี่มือถือ

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2568 มีรายงานจากสื่อต่างประเทศที่น่าตกใจว่า มีรูปภาพถึง 7 ประเภทที่ไม่ควรถ่ายหรือแคปหน้าจอเก็บไว้ในโทรศัพท์มือถือของเราเด็ดขาด เพราะภาพเหล่านี้อาจกลายเป็น “เหมืองทอง” ชั้นดีให้มิจฉาชีพนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ผิดได้ง่าย ๆ ฟังดูน่ากลัวใช่ไหมครับ? ไม่ต้องกังวลไปครับ วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันว่ารูปภาพเหล่านั้นมีอะไรบ้าง และเราจะปกป้องตัวเองได้อย่างไร


ภาพยอดเงินบัญชีธนาคาร: ขุมทรัพย์ของมิจฉาชีพ

ใครเคยแคปภาพหน้าจอยอดเงินคงเหลือในบัญชีธนาคารบ้างครับ? อาจจะเพื่อติดตามการออม ยืนยันการโอนเงิน หรือส่งให้เพื่อนดูว่าโอนเงินไปแล้วนะ! ฟังดูเป็นเรื่องปกติใช่ไหมครับ? แต่ความจริงแล้วมันอันตรายกว่าที่คิดเยอะเลยนะ

การแคปภาพยอดเงิน: ความสะดวกที่มาพร้อมความเสี่ยง

เวลาเราแคปภาพหน้าจอการทำธุรกรรมธนาคาร เราไม่ได้เห็นแค่ยอดเงินอย่างเดียวครับ แต่ในภาพนั้นอาจมีข้อมูลสำคัญอื่น ๆ ที่ติดมาด้วยโดยที่เราไม่ทันสังเกต เช่น เลขบัญชีธนาคารบางส่วน รายการเดินบัญชีล่าสุด โลโก้ธนาคาร หรือแม้กระทั่งหน้าตาแอปพลิเคชันธนาคารที่เราใช้

ข้อมูลที่มิจฉาชีพจ้องมอง

ลองจินตนาการดูสิครับว่า ถ้าโทรศัพท์มือถือของคุณหายไป หรือแย่กว่านั้นคือถูกเจาะระบบ ภาพแคปหน้าจอเหล่านั้นจะเปิดเผยข้อมูลสำคัญอะไรบ้าง? มิจฉาชีพจะรู้ได้ทันทีว่าคุณใช้ธนาคารอะไร มีเงินอยู่ในบัญชีเท่าไหร่ หรือแม้กระทั่งพฤติกรรมการใช้จ่ายของคุณ

ผลกระทบเมื่อข้อมูลรั่วไหล

ด้วยข้อมูลเพียงน้อยนิดจากภาพแคปหน้าจอ มิจฉาชีพผู้เชี่ยวชาญสามารถสร้างข้อความหลอกลวงที่น่าเชื่อถือมาก ๆ ได้ครับ พวกเขาอาจแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร โทรมาหลอกขอข้อมูลเพิ่มเติม หรือนำข้อมูลนี้ไปเป็นส่วนหนึ่งของแผนการขโมยตัวตน (Identity Theft) ที่ร้ายแรงกว่านั้นอีกก็เป็นได้

กลโกงที่อาจเกิดขึ้น

  • ฟิชชิ่ง (Phishing): ส่ง SMS หรืออีเมลปลอม โดยอ้างอิงข้อมูลจากภาพของคุณ เพื่อหลอกให้คุณกดลิงก์ปลอมและกรอกข้อมูลส่วนตัว
  • หลอกเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร: โทรมาหลอกถามข้อมูลส่วนตัว โดยอ้างว่าข้อมูลของคุณมีปัญหา เพื่อให้คุณเปิดเผยรหัสผ่าน หรือ OTP
  • ขโมยตัวตน: ใช้ข้อมูลจากภาพของคุณเพื่อเปิดบัญชีธนาคาร หรือสมัครบัตรเครดิตในชื่อของคุณ

ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า

แทนที่จะเก็บภาพแคปหน้าจอเหล่านี้ไว้ในแกลเลอรี่รูปภาพ ให้ลองใช้ฟีเจอร์ของธนาคารเพื่อดาวน์โหลดสเตทเมนต์ หรือประวัติการทำธุรกรรมอย่างปลอดภัยจะดีกว่าครับ เพราะข้อมูลเหล่านั้นมักจะถูกเข้ารหัส และมีการป้องกันที่รัดกุมกว่ามาก ถ้าจำเป็นต้องเก็บจริง ๆ ให้ตัดข้อมูลส่วนตัวที่ไม่จำเป็นออกให้หมด แล้วย้ายไปเก็บในโฟลเดอร์ที่ต้องใส่รหัสผ่าน หรือใช้แอปพลิเคชันเก็บข้อมูลที่ปลอดภัย และที่สำคัญคือ “ลบออกทันทีหลังใช้งานเสร็จ” ครับ


ภาพที่มีรหัสผ่าน หรือ ข้อมูลการเข้าสู่ระบบ: กุญแจสู่ทุกบัญชีของคุณ

เคยไหมครับที่รู้สึกขี้เกียจจำรหัสผ่านเยอะแยะไปหมด เลยใช้วิธีถ่ายรูปเก็บไว้ หรือแคปหน้าจอตอนเข้าระบบแล้วมีรหัสผ่านขึ้นมา? อาจจะคิดว่า “ก็มือถือเรานี่นา ใครจะมาเปิดดูได้” แต่นั่นแหละครับคือจุดเริ่มต้นของปัญหาที่คุณอาจไม่รู้ตัว

ความเสี่ยงที่หลายคนมองข้าม

การเข้าถึงแกลเลอรี่รูปภาพของเรานั้นไม่จำเป็นต้องใส่รหัสผ่านที่ซับซ้อนเหมือนการเข้าแอปพลิเคชันธนาคาร หรือแอปพลิเคชันสำคัญอื่น ๆ เลยนะครับ แค่เพียงมีใครบางคนยืมโทรศัพท์ของคุณไปเลื่อนดูรูป หรือร้ายกว่านั้นคือแอปพลิเคชันใดแอปพลิเคชันหนึ่งบนมือถือของคุณมีช่องโหว่และถูกเจาะระบบ บัญชีทั้งหมดของคุณก็อาจตกอยู่ในอันตรายได้ทันที

ช่องโหว่ที่คาดไม่ถึง

  • แอปพลิเคชันมีช่องโหว่: มิจฉาชีพอาจใช้ช่องโหว่ของแอปพลิเคชันบางตัวเพื่อเข้าถึงข้อมูลในมือถือของคุณ
  • มัลแวร์: หากมือถือของคุณติดมัลแวร์ มัลแวร์นั้นอาจสแกนหาไฟล์รูปภาพที่มีข้อมูลสำคัญเพื่อส่งต่อไปยังมิจฉาชีพ
  • คนใกล้ตัว: บางครั้งภัยก็มาจากคนใกล้ตัวที่รู้รหัสผ่านมือถือของคุณและสามารถเข้าถึงแกลเลอรี่ได้

ผลเสียเมื่อถูกเข้าถึง

หากข้อมูลรหัสผ่านรั่วไหล มิจฉาชีพสามารถเข้าถึงทุกบัญชีของคุณได้ ตั้งแต่โซเชียลมีเดีย อีเมล ไปจนถึงบัญชีธนาคาร หรือแอปพลิเคชันช้อปปิ้งออนไลน์ ซึ่งนำไปสู่การขโมยเงิน ข้อมูลส่วนตัว หรือแม้กระทั่งการนำข้อมูลของคุณไปหลอกลวงผู้อื่น


ภาพเอกสารประจำตัว หรือ เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง: ประวัติชีวิตที่ต้องปกป้อง

การแคปภาพหนังสือเดินทาง วีซ่า หรือใบขับขี่ไว้ในมือถือเพื่อความสะดวกสบายเวลาเดินทาง เป็นสิ่งที่หลายคนทำกันใช่ไหมครับ? กะว่าจะเปิดโชว์ได้ทันทีตอนที่ต้องการใช้ แต่เชื่อไหมว่าสิ่งนี้ไม่ได้ช่วยให้คุณปลอดภัยขึ้นเลย ตรงกันข้ามกลับเพิ่มความเสี่ยงให้ข้อมูลส่วนตัวของคุณรั่วไหลอย่างมหาศาล

ทำไมถึงอันตราย?

เอกสารเหล่านี้เป็นเสมือนกุญแจสำคัญที่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของคุณอย่างละเอียดที่สุดครับ

ข้อมูลส่วนตัวที่มีค่า

ในภาพเอกสารเหล่านี้ มีข้อมูลส่วนตัวของคุณอยู่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นชื่อ-นามสกุล วันเกิด สัญชาติ เลขประจำตัวประชาชน เลขหนังสือเดินทาง ลายเซ็น หรือแม้กระทั่งรูปถ่ายส่วนตัวของคุณเอง

ผลกระทบที่ตามมา

ถ้าแฮกเกอร์สามารถเข้าถึงแกลเลอรี่รูปภาพของคุณได้เมื่อไหร่ พวกเขาจะได้ “ประวัติข้อมูลตัวตน” ของคุณไปทั้งหมด ไม่ใช่แค่ภาพใดภาพหนึ่ง แต่เป็นข้อมูลที่สามารถนำไปปลอมแปลงตัวตน สมัครบริการต่าง ๆ หรือใช้ในการก่ออาชญากรรมได้เลยนะครับ

การป้องกันที่ถูกวิธี

แทนที่จะเก็บเป็นภาพ ให้เก็บข้อมูลเหล่านี้ในแอปพลิเคชันจัดเก็บข้อมูลที่เข้ารหัส หรือในโฟลเดอร์ที่ต้องใส่รหัสผ่านหรือใช้ลายนิ้วมือเพื่อเปิดจะดีกว่าครับ และที่สำคัญที่สุดคือ “ลบภาพเหล่านี้ทิ้งทันที” หลังจากที่คุณเดินทางเสร็จสิ้น หรือเมื่อเอกสารเหล่านั้นไม่จำเป็นต้องใช้แล้วนะครับ


ภาพที่มีข้อมูลสำคัญในการสนทนาส่วนตัว: ความลับที่ไม่ควรเปิดเผย

เคยแคปหน้าจอแชทข้อความ หรือบทสนทนาส่วนตัวเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน หรือเพื่อความทรงจำไหมครับ? บทสนทนาเหล่านี้อาจมีข้อมูลส่วนตัว หรือเนื้อหาที่เป็นความลับที่คุณไม่ต้องการให้ใครรู้ หากภาพเหล่านี้ตกไปอยู่ในมือมิจฉาชีพ อาจมีความเสี่ยงที่ข้อมูลเหล่านั้นจะรั่วไหลออกไป และอาจถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดได้ง่าย ๆ เลยล่ะ

ข้อความส่วนตัว: ดาบสองคม

การแชทส่วนตัวกับเพื่อน ครอบครัว หรือแม้แต่เพื่อนร่วมงาน อาจมีข้อมูลที่ละเอียดอ่อนที่คุณไม่ต้องการให้ใครรู้ เช่น แผนการส่วนตัว ข้อมูลทางการเงิน หรือแม้แต่เรื่องที่อ่อนไหวทางความรู้สึก

การแบล็กเมล์และการหลอกลวง

หากมิจฉาชีพได้ภาพแคปหน้าจอเหล่านี้ไป พวกเขาสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นไปใช้ในการแบล็กเมล์ ขู่เอาเงิน หรือแม้แต่ใช้ข้อมูลของคุณเพื่อหลอกลวงผู้อื่นที่คุณรู้จักได้ด้วยนะครับ

วิธีเก็บข้อมูลอย่างปลอดภัย

ถ้าจำเป็นต้องเก็บข้อความจริง ๆ ให้เลือกคัดลอกเฉพาะส่วนสำคัญ แล้วนำไปวางไว้ในแอปพลิเคชันจดบันทึกที่สามารถใส่รหัสผ่านเพื่อรักษาความปลอดภัยได้ดีกว่าการเก็บเป็นภาพครับ


ภาพที่มีประวัติการรักษา หรือ ผลการตรวจ: ข้อมูลสุขภาพที่เปราะบาง

ข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวสูงมากครับ ไม่ควรจัดเก็บในรูปแบบภาพแคปหน้าจอเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นภาพใบสั่งยา ผลการตรวจเลือด ผลการวินิจฉัยโรค หรือแม้แต่ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล เพราะภาพเหล่านี้สามารถเปิดเผยข้อมูลสำคัญมากมาย ทั้งชื่อของคุณ วันที่เข้ารับการรักษา ชื่อแพทย์ รายละเอียดประกันภัย และที่สำคัญที่สุดคือ “สภาพสุขภาพ” ของคุณ

ความอ่อนไหวของข้อมูลสุขภาพ

ข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับการคุ้มครองอย่างเข้มงวด เพราะมันบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความเป็นอยู่ที่ดีของคุณทั้งหมด

ภัยจากข้อมูลรั่วไหล

นอกจากปัญหาด้านความเป็นส่วนตัวแล้ว หากข้อมูลสุขภาพของคุณตกไปอยู่ในมือผู้ไม่ประสงค์ดี คุณมีความเสี่ยงที่จะถูกหลอกลวง ขู่เอาเงิน หรือได้รับผลกระทบร้ายแรงอื่น ๆ ที่คุณคาดไม่ถึงเลยนะครับ เช่น การถูกปฏิเสธการเข้าถึงบริการบางอย่าง หรือการถูกเลือกปฏิบัติ

ช่องทางจัดเก็บที่เชื่อถือได้

วิธีที่ดีที่สุดคือการใช้แอปพลิเคชันอย่างเป็นทางการของโรงพยาบาล หรือหน่วยงานให้บริการทางการแพทย์ เพราะแอปพลิเคชันเหล่านี้มักจะมีมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่ดีกว่ามาก และเป็นไปตามมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลครับ


ภาพยืนยันการซื้อหรือตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ประเภทต่างๆ: ตั๋วสู่หายนะที่ไม่คาดคิด

หลายคนคงคุ้นเคยกับการแคปหน้าจอยืนยันการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ ตั๋วเข้าชมงานคอนเสิร์ต ภาพตั๋วเครื่องบิน หรือแม้แต่ใบเสร็จการซื้อของใช่ไหมครับ? ภาพเหล่านี้มักมีข้อมูลที่แฮกเกอร์สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “รหัส QR” และ “บาร์โค้ด” ที่ปรากฏอยู่บนตั๋วอิเล็กทรอนิกส์

ข้อมูลบนตั๋วที่คุณควรรู้

รหัส QR และบาร์โค้ดเหล่านี้เป็นเหมือนกุญแจสำคัญที่เปิดประตูสู่การเข้าถึงบริการ หรือสินค้าที่คุณซื้อไว้ครับ

การใช้ประโยชน์ของมิจฉาชีพ

หากมิจฉาชีพได้รับรหัส QR และบาร์โค้ดเหล่านี้ พวกเขาสามารถสแกนรหัสแล้วนำไปใช้ หรือแม้กระทั่งขายตั๋วเหล่านี้ในตลาดมืดออนไลน์ได้อย่างง่ายดาย โดยที่คุณอาจไม่ทันรู้ตัวเลยด้วยซ้ำ! ลองคิดดูสิครับว่าถ้าคุณไปถึงงานแล้วพบว่าตั๋วของคุณถูกใช้ไปแล้ว ความรู้สึกคงแย่มาก ๆ เลยใช่ไหมล่ะครับ

ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า

เพื่อความปลอดภัย คุณสามารถเลือกพิมพ์ตั๋วงานแบบกระดาษออกมาเก็บรักษาอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณเดินทางไปยังพื้นที่ที่ไม่มีการเชื่อมต่อเครือข่าย หรือใช้แอปพลิเคชันอย่างเป็นทางการของหน่วยงานนั้น ๆ เพื่อเข้าถึงตั๋วของคุณโดยตรงครับ


ภาพเอกสารงาน: ความลับทางธุรกิจที่ต้องระวัง

การแคปหน้าจอที่เกี่ยวข้องกับงาน หรือข้อมูลภายในบริษัท เป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงที่คุณไม่ควรมองข้ามเลยครับ เพราะมันอาจทำให้ข้อมูลสำคัญทางธุรกิจรั่วไหลออกไปได้ง่าย ๆ

ข้อมูลองค์กร: ความเสี่ยงส่วนตัวและบริษัท

ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดโครงการ ข้อมูลลูกค้า แผนการตลาด หรือแม้แต่ข้อมูลที่ไม่เป็นอันตรายอย่างชื่อ รหัสเข้าสู่ระบบ หรือโครงการที่ยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ ก็อาจนำไปสู่การละเมิดข้อตกลงรักษาความลับ (NDA) หรือนโยบายการปกป้องข้อมูลของบริษัทได้

ผลกระทบจากการรั่วไหล

การรั่วไหลของข้อมูลเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างปัญหาให้กับตัวคุณเองในฐานะพนักงาน แต่ในกรณีที่โทรศัพท์ถูกเจาะระบบ ผลลัพธ์อาจร้ายแรงกว่าการสูญเสียข้อมูลส่วนตัวเพียงอย่างเดียวครับ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือ และความมั่นคงขององค์กรได้เลยทีเดียว

มาตรการป้องกันที่เข้มงวด

พยายามหลีกเลี่ยงการเก็บภาพข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงานในมือถือส่วนตัวให้มากที่สุด หากจำเป็นต้องทำ ให้ใช้เครื่องมือหรือระบบที่บริษัทจัดหาให้ซึ่งมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่รัดกุม และปฏิบัติตามนโยบายการรักษาความลับขององค์กรอย่างเคร่งครัดครับ


เสริมเกราะป้องกันให้มือถือคุณ: เคล็ดลับเพื่อความปลอดภัย

นอกจากการหลีกเลี่ยงการบันทึกภาพ 7 ประเภทที่เรากล่าวมาแล้ว การเสริมสร้างความปลอดภัยในการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของเราก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเลยนะครับ นี่คือเคล็ดลับง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คุณอุ่นใจมากขึ้น:

  1. ตั้งรหัสผ่านที่รัดกุม: ใช้รหัสผ่านที่เดายาก ทั้งสำหรับปลดล็อกหน้าจอและสำหรับการเข้าถึงแอปพลิเคชันสำคัญ ๆ
  2. เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนแบบสองชั้น (Two-Factor Authentication – 2FA): สำหรับบัญชีออนไลน์ที่สำคัญ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยอีกชั้นหนึ่ง
  3. อัปเดตซอฟต์แวร์สม่ำเสมอ: การอัปเดตระบบปฏิบัติการและแอปพลิเคชันจะช่วยแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่อาจถูกมิจฉาชีพนำไปใช้
  4. ระมัดระวังการเชื่อมต่อ Wi-Fi สาธารณะ: หลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมทางการเงิน หรือการเข้าถึงข้อมูลสำคัญผ่าน Wi-Fi สาธารณะที่ไม่ปลอดภัย
  5. ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจากแหล่งที่เชื่อถือได้: เช่น App Store หรือ Google Play Store เท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงแอปพลิเคชันที่มีมัลแวร์แฝง
  6. สำรองข้อมูลสำคัญเป็นประจำ: เพื่อป้องกันข้อมูลสูญหายในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดฝัน
  7. ติดตั้งโปรแกรมแอนตี้ไวรัส/มัลแวร์: สำหรับสมาร์ทโฟน เพื่อสแกนและตรวจจับภัยคุกคาม
  8. ตรวจสอบการอนุญาตของแอปพลิเคชัน: ก่อนติดตั้งแอปพลิเคชันใด ๆ ให้ตรวจสอบว่าแอปนั้นขอสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลอะไรบ้าง และสมเหตุสมผลหรือไม่
  9. ระมัดระวังการคลิกลิงก์ที่ไม่รู้จัก: โดยเฉพาะลิงก์ที่ส่งมาทางอีเมล หรือข้อความ SMS ที่น่าสงสัย
  10. ทำความสะอาดแกลเลอรี่รูปภาพบ่อย ๆ: ลบรูปภาพที่ไม่จำเป็นหรือรูปภาพที่มีข้อมูลสำคัญออกไปจากมือถือของคุณ

สรุป: ปกป้องข้อมูลส่วนตัวของคุณให้ดีที่สุด

ในยุคที่ข้อมูลคือสิ่งมีค่า การรู้เท่าทันภัยคุกคามไซเบอร์เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งครับ การเก็บรูปภาพที่มีข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลสำคัญต่าง ๆ ไว้ในโทรศัพท์มือถือของเรานั้น สะดวกก็จริง แต่ก็เปรียบเสมือนการเปิดประตูบ้านทิ้งไว้ให้มิจฉาชีพเข้ามาขโมยของมีค่าได้ง่าย ๆ เลยนะครับ ดังนั้น เราควรหมั่นตรวจสอบแกลเลอรี่รูปภาพของเราอยู่เสมอ และลบรูปภาพ 7 ประเภทที่เรากล่าวมาข้างต้นออกไป เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับข้อมูลส่วนตัวของเราให้ดีที่สุดครับ อย่าปล่อยให้ความสะดวกสบายเพียงชั่วคราว นำมาซึ่งความเสียหายในระยะยาวนะครับ ปกป้องตัวเองและคนที่คุณรักตั้งแต่วันนี้ดีกว่าครับ!

หัวข้อเกี่ยวกับเบอร์มงคล แนะนำ

    •  

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

  1. Q: หากเผลอเซฟรูปภาพประเภทเหล่านี้ไปแล้ว ควรทำอย่างไรดี? A: หากคุณเผลอเซฟรูปภาพประเภทเหล่านี้ไว้ในมือถือ ควรรีบลบรูปภาพเหล่านั้นออกจากแกลเลอรี่ทันที และควรตรวจสอบในส่วนของ “ถังขยะ” หรือ “Recently Deleted” ของมือถือด้วย เพื่อให้แน่ใจว่ารูปภาพนั้นถูกลบออกไปอย่างถาวรครับ
  2. Q: การเก็บข้อมูลสำคัญใน Google Drive หรือ iCloud ปลอดภัยกว่าหรือไม่? A: การเก็บข้อมูลในบริการ Cloud เช่น Google Drive หรือ iCloud มีความปลอดภัยสูงกว่าการเก็บในแกลเลอรี่มือถือโดยตรง เนื่องจากมีการเข้ารหัสข้อมูลและมาตรการป้องกันที่รัดกุมกว่า แต่ก็ยังควรตั้งรหัสผ่านที่แข็งแรง และเปิดใช้งานการยืนยันตัวตนแบบสองชั้นสำหรับบัญชี Cloud ของคุณด้วยครับ
  3. Q: รูปถ่ายหน้าจอแชทที่ไม่มีข้อมูลส่วนตัวเลย เช่น ภาพมีม หรือภาพตลก ๆ ปลอดภัยไหม? A: รูปถ่ายหน้าจอแชทที่เป็นภาพมีม หรือภาพตลก ๆ ที่ไม่มีข้อมูลส่วนตัวใด ๆ ของคุณ หรือบุคคลอื่น ถือว่าปลอดภัยครับ เนื่องจากไม่มีข้อมูลที่มิจฉาชีพสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้
  4. Q: ถ้าจำเป็นต้องแสดงเอกสารสำคัญผ่านมือถือ เช่น ตั๋วเครื่องบินดิจิทัล ควรทำอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด? A: หากจำเป็นต้องแสดงเอกสารสำคัญผ่านมือถือ ควรใช้แอปพลิเคชันที่เป็นทางการของผู้ให้บริการนั้น ๆ โดยตรง เพื่อเข้าถึงเอกสาร และพยายามหลีกเลี่ยงการแคปหน้าจอเก็บไว้ในแกลเลอรี่ครับ
  5. Q: การใช้แอปพลิเคชันจัดการรหัสผ่าน (Password Manager) ปลอดภัยกว่าการเก็บในรูปภาพหรือไม่? A: ปลอดภัยกว่ามากครับ! การใช้แอปพลิเคชันจัดการรหัสผ่าน เช่น LastPass, 1Password หรือ Bitwarden จะช่วยจัดเก็บรหัสผ่านของคุณไว้อย่างปลอดภัยและเข้ารหัสไว้ทั้งหมด ทำให้คุณไม่ต้องจำรหัสผ่านมากมาย และลดความเสี่ยงจากการเก็บรหัสผ่านในรูปแบบที่ไม่ปลอดภัยครับ

ขอบคุณที่มา

เตือนภัย! รูปภาพ 7 ประเภท ที่ไม่ควรเซฟลงมือถือ เสี่ยงถูกมิจฉาชีพขโมยข้อมูล