บทความเดิมแนะนำ Whoscall ในฐานะแอปช่วยดูว่าใครโทรมา พร้อมลิงก์ดาวน์โหลดของแพลตฟอร์มในช่วงปี 2559 ฉบับปรับปรุงคงประเด็นหลักไว้ แต่ระบุชัดว่าร้านแอป ระบบปฏิบัติการ และสิทธิ์การเข้าถึงเปลี่ยนได้ จึงควรตรวจหน้าผู้พัฒนาและนโยบายปัจจุบันก่อนติดตั้ง ไม่ควรถือว่าลิงก์หรือความสามารถที่ระบุในบทความเก่ายังเหมือนเดิมทั้งหมด
Whoscall ช่วยอะไรได้บ้าง
แอปประเภทระบุสายเรียกเข้าอาจใช้ฐานข้อมูลหมายเลขและรายงานจากผู้ใช้เพื่อแสดงชื่อหรือเตือนสายที่น่าสงสัย ประสิทธิภาพจึงขึ้นกับประเทศ ภาษา ความใหม่ของฐานข้อมูล และการตั้งค่าของอุปกรณ์ ผลลัพธ์ไม่ใช่หลักฐานยืนยันตัวตนของผู้โทรทุกกรณี หากเป็นสายจากธนาคาร หน่วยงาน หรือผู้ให้บริการ ควรวางสายแล้วโทรกลับผ่านช่องทางทางการแทนการให้ข้อมูลสำคัญกับหมายเลขที่ปรากฏบนหน้าจอ
เช็กก่อนติดตั้งและให้สิทธิ์
- ดาวน์โหลดจาก Google Play หรือ App Store ของผู้พัฒนาเท่านั้น
- ตรวจชื่อผู้พัฒนา รีวิว วันที่อัปเดต และนโยบายความเป็นส่วนตัว
- อ่านสิทธิ์รายชื่อ โทรศัพท์ SMS และการแจ้งเตือนก่อนกดยอมรับ
- ปิดสิทธิ์ที่ไม่จำเป็นและทบทวนอีกครั้งหลังอัปเดต
- อย่าป้อน OTP รหัสผ่าน หรือข้อมูลบัตรลงในหน้าที่ไม่น่าเชื่อถือ
รับมือสายขายของหรือสายหลอกลวง
ใช้แอปเป็นตัวช่วยคัดกรองเท่านั้น หากสายอ้างเป็นธนาคาร บริษัทประกัน หรือหน่วยงานรัฐ ให้ตรวจชื่อหน่วยงานและโทรกลับหมายเลขจากเว็บไซต์หรือเอกสารทางการ อย่ากดลิงก์ที่ส่งมาทาง SMS และอย่าโอนเงินเพื่อปลดล็อกบัญชี การบล็อกหมายเลขช่วยลดการรบกวน แต่ไม่ทำให้หมายเลขใหม่จากกลุ่มเดียวกันหายไปทั้งหมด
บทความที่เกี่ยวข้อง
ถ้าเปลี่ยนหมายเลขที่ใช้กับแอป อ่าน วิธีเปลี่ยนเบอร์มือถือที่ใช้กับ LINE และดูแนวทางเช็กบริการมือถือจาก กด *165 เช็กโปรและยอดใช้งาน เพื่อแยกข้อมูลแอปออกจากข้อมูลผู้ให้บริการ
คำถามที่พบบ่อย
Whoscall ระบุว่าใครโทรมาได้แน่นอนหรือไม่?
ไม่แน่นอน เป็นข้อมูลช่วยคัดกรอง ควรยืนยันตัวตนผ่านช่องทางทางการ
ควรดาวน์โหลด Whoscall จากที่ใด?
ใช้ร้านแอปทางการและตรวจชื่อผู้พัฒนา รีวิว และวันที่อัปเดตก่อนติดตั้ง
ต้องให้สิทธิ์รายชื่อหรือ SMS หรือไม่?
ให้เฉพาะสิทธิ์ที่จำเป็นต่อฟังก์ชันที่ต้องการ และทบทวนสิทธิ์ได้ภายหลัง
ถ้ามีสายอ้างเป็นธนาคารควรทำอย่างไร?
วางสาย ไม่บอก OTP แล้วโทรกลับหมายเลขจากเว็บไซต์หรือเอกสารทางการ


