เมื่อมีสายโทรมาขู่ว่าบัญชีเกี่ยวข้องกับคดี หรือเร่งให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบ อย่าเพิ่งทำรายการตามคำสั่ง ให้หยุดสนทนาแล้วติดต่อหน่วยงานที่ถูกอ้างผ่านช่องทางที่ค้นหาเอง หากโอนเงินไปแล้ว ให้รีบติดต่อธนาคารและศูนย์ AOC 1441 ไม่ต้องรอให้ผู้โทรยอมรับว่าเป็นมิจฉาชีพก่อนจึงเริ่มแจ้งเหตุ
ข้ออ้างทางโทรศัพท์ที่ต้นฉบับเตือนไว้
กลโกงไม่ได้มีแค่การขอให้กดเมนูที่ตู้ ATM ประเด็นร่วมคือผู้โทรสร้างเรื่องให้ตกใจหรืออยากได้ประโยชน์ แล้วเร่งให้ทำสิ่งที่ยังตรวจสอบไม่ได้ ควรพิจารณาคำขอและหลักฐานของผู้ติดต่อ แทนการเชื่อเพราะอีกฝ่ายพูดคล่องหรือรู้ข้อมูลบางส่วนของเรา
เรื่องที่ผู้โทรอ้าง | จุดที่ควรหยุดตรวจสอบ |
|---|---|
บัญชีถูกอายัดหรือมีหนี้บัตรเครดิต | อ้างว่าต้องโอนเงินหรือทำรายการทันทีเพื่อแก้หนี้ |
พัวพันยาเสพติดหรือฟอกเงิน | ให้ย้ายเงินไปบัญชีที่ผู้โทรระบุเพื่อตรวจสอบ |
คืนภาษี | สั่งให้ทำรายการรับเงินโดยต้องโอนเงินออกก่อน |
ได้รับรางวัลมูลค่าสูง | เรียกเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมก่อนรับสิทธิที่ตรวจที่มาไม่ได้ |
ข้อมูลลูกค้าหาย | ขอข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลการเงินจากสายที่เราไม่ได้ยืนยัน |
โอนเงินผิดเข้าบัญชี | เร่งให้คืนเงินไปบัญชีที่ผู้โทรกำหนดโดยไม่ผ่านธนาคาร |
ตรวจสอบสายอย่างไรโดยไม่ทำตามแรงกดดัน
- วางสายก่อนหาข้อมูล อย่าใช้เบอร์ติดต่อหรือลิงก์ที่ผู้โทรส่งมาเป็นหลักฐานเพียงอย่างเดียว
- ติดต่อธนาคารจากแอป เว็บไซต์ทางการ หรือข้อมูลติดต่อที่มีอยู่เดิม เพื่อสอบถามเรื่องที่ถูกอ้าง
- ไม่บอกรหัสผ่าน PIN หรือ OTP ให้ผู้ที่โทรมาขอ และไม่ทำธุรกรรมตามการเร่งรัดของสายที่ยังตรวจตัวตนไม่ได้
- ดูแนวทางเช็กเบอร์แปลกและเบอร์มิจฉาชีพประกอบได้ แต่ผลค้นหมายเลขไม่ใช่หลักฐานยืนยันผู้ที่กำลังพูดด้วย
การโทรสอบถามข้อมูลเพื่อยืนยันตัวตนอาจมีอยู่ในกระบวนการบริการจริง เช่น เมื่อเราโทรหาธนาคารด้วยตนเอง จึงไม่ควรเหมารวมว่าเจ้าหน้าที่ทุกแห่งไม่ถามข้อมูลทางโทรศัพท์เลย จุดสำคัญคือเริ่มติดต่อผ่านช่องทางที่ตรวจสอบได้ และแยกข้อมูลยืนยันตัวตนออกจากรหัสลับที่ใช้อนุมัติธุรกรรม
มีคนอ้างว่าโอนเงินผิด อย่ารีบโอนคืนเอง
ธนาคารแห่งประเทศไทยแนะนำว่า หากมีเงินที่ไม่ทราบที่มาเข้าบัญชี ควรติดต่อธนาคารให้ตรวจสอบและประสานการคืนเงิน ไม่ควรโอนกลับตามคำบอกของคนแปลกหน้า โดยเฉพาะการขอให้โอนไปบัญชีอื่น เพราะอาจทำให้บัญชีของเรากลายเป็นทางผ่านของเงินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ระหว่างตรวจสอบไม่ควรนำเงินนั้นไปใช้
ดูรายละเอียดใน คำแนะนำ ธปท. เรื่องโอนเงินผิดบัญชี การประสานธนาคารไม่ได้หมายความว่าจะดึงเงินกลับได้ทันทีทุกกรณี ต้องตรวจข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกระบวนการที่เกี่ยวข้อง
หลงโอนเงินแล้ว ควรเริ่มจากอะไร
- หยุดโอนเพิ่ม เก็บสลิป วันเวลา เลขบัญชีปลายทาง เบอร์โทร ข้อความสนทนา และลำดับเหตุการณ์ไว้
- ติดต่อธนาคารที่ใช้โอนโดยเร็ว แจ้งว่าอาจถูกหลอกและขอให้ตรวจสอบหรือดำเนินการระงับธุรกรรมตามขั้นตอน
- โทร AOC 1441 ด้วยตนเอง เพื่อแจ้งเหตุและรับคำแนะนำเรื่องประสานธนาคารกับกระบวนการคดี
- เก็บหมายเลขอ้างอิงที่ได้รับ และดำเนินการแจ้งความหรือพบพนักงานสอบสวนตามคำแนะนำ อย่าถือว่าการเก็บสลิปอย่างเดียวทำให้กระบวนการเสร็จสิ้น
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ระบุว่า AOC ให้บริการที่หมายเลข 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง และไม่มีช่องทางติดต่อผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย การแจ้งเหตุเร็วช่วยให้เริ่มประสานงานได้เร็วขึ้น แต่ไม่ใช่คำรับประกันว่าจะระงับเงินทันหรือได้รับคืนครบจำนวน
ภาพประกอบจากบทความเดิม
ภาพต่อไปนี้เป็นสื่อที่อยู่ในบทความตั้งแต่ปี 2017 ใช้ดูรูปแบบการหลอกให้ทำรายการทางการเงินประกอบเท่านั้น ส่วนช่องทางแจ้งเหตุและขั้นตอนที่ควรทำให้ยึดข้อมูลตรวจทานด้านบน

คำถามที่พบบ่อย
ถูกหลอกให้โอนเงิน ควรโทรหาใครก่อน?
รีบติดต่อธนาคารที่ใช้โอนและ AOC 1441 เพื่อเริ่มแจ้งเหตุและประสานการระงับธุรกรรม
มีเงินโอนเข้าผิดบัญชี ควรโอนคืนทันทีหรือไม่?
ไม่ควรโอนเองตามคำบอกผู้ติดต่อ ให้ธนาคารตรวจสอบและประสานการคืนเงินก่อน
ค้นเบอร์แล้วไม่พบประวัติหลอกลวง เชื่อถือสายได้ไหม?
ยังยืนยันไม่ได้ ต้องตรวจสอบเรื่องที่อ้างผ่านช่องทางของหน่วยงานนั้นด้วยตนเอง
โทร 1441 แล้วจะได้เงินคืนแน่นอนหรือไม่?
ไม่รับประกัน ผลขึ้นกับข้อเท็จจริง การติดตามเงิน และกระบวนการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
AOC 1441 ให้บริการเวลาใด?
กระทรวงดิจิทัลฯ ระบุว่าให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ติดต่อโดยโทร 1441 ด้วยตนเอง
ที่มาและวันที่ตรวจทาน
ตรวจข้อมูลช่องทาง AOC และคำแนะนำเรื่องโอนเงินผิดจากกระทรวงดิจิทัลฯ กับธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อ 16 ตุลาคม 2026 ต้นฉบับเคยอ้างบทความกลโกงทางโทรศัพท์ของศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงินบนเว็บไซต์ 1213 หน้านี้เรียบเรียงเพื่อช่วยรับมือเบื้องต้น ไม่ใช่ผลสอบสวนคดีเฉพาะบุคคลหรือคำรับรองการคืนเงิน


